ชิวาจิ เกษตรกรผู้พบความสำเร็จจากดอกดาวเรือง

ความทุ่มเทของครอบครัวชินเดปรากฏชัดจากการดูแลเอาใจใส่เป็นประจำของพวกเขา ทั้งสองรดน้ำต้นดาวเรืองทุก 3 วัน และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตดอกดาวเรืองถึง 50 กก. ภายในระยะเวลาเพียง 45 วันหลังจากเพาะปลูกต้นกล้า พวกเขาสามารถจำหน่ายผลผลิตของตนเองที่ตลาดมุมไบในราคา 70 รูปี (1.03 ดอลลาร์สหรัฐ*) ต่อ กก. เกษตรกรคู่นี้สร้างรายได้ถึง 1.75 แลกห์** รูปี (2,570 ดอลลาร์สหรัฐ) ในปริมาณผลผลิต 2.5 ตัน ด้วยค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับปุ๋ย ระบบชลประทานน้ำหยด และค่าแรงงานประมาณ 5,500 รูปี (807 ดอลลาร์สหรัฐ) 

 

ตลาดคัลยัน (Kalyan) และตลาดพูเน่ (Pune) ตลาดแห่งใหม่ในเมืองบุมไบ (Mumbai) เป็นตลาดหลักของดอกดาวเรือง เนื่องจากเป็นดอกไม้ที่มักจะใช้กันในงานฉลอง งานเทศกาล และงานแต่งงาน ความต้องการดอกดาวเรืองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งถือเป็นประโยชน์สำหรับเกษตรกรเนื่องจากเป็นดอกไม้ที่เพาะพันธุ์ได้ง่ายมาก ส่งผลให้ดอกดาวเรืองเป็นแหล่งสร้างรายได้ที่ดีแก่เกษตรกร

“เรามีความสุขมากกับผลผลิตดอกดาวเรืองพันธุ์ผสม แอโรว์ โกลด์ (Arrow Gold) ของ อีสท์ เวสท์ ซีด สีเหลืองสดใสของดอกไม้ชนิดนี้ได้เปลี่ยนชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเราอย่างชัดเจนในช่วง 3 ปีที่ผ่านมานี้” ชินเดกล่าว รายได้ที่เพิ่มขึ้นของครอบครัวชินเดทำให้พวกเขาใช้ผลิตภัณฑ์ของ อีสท์ เวสท์ ซีด มากขึ้น “การมุ่งมั่นขยันทำงานเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่เลวร้าย และสภาพดินที่ไม่ดี”  ชินเด กล่าว “เพราะความทุ่มเทของเราและคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ ดอกดาวเรืองของเราจึงกำลังผลิบานซึ่งก็เหมือนกับความสุขในชีวิตของพวกเรานั่นเอง”
*อัตราการเปลี่ยนแปลงค่าเงินคิดอ้างอิงจากอัตราการแลกเปลี่ยนของเดือนมกราคม ค.ศ. 2017 (พ.ศ. 2560) 
** 1 ลาค รูปี (Lakh rupee) เท่ากับ 100,000 รูปีอินเดียน (Indian rupees)